วันเสาร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2561

ป้อมปราการหลวงทันลอง ความยิ่งใหญ่ราชวงศ์โฮ เวียดนาม

This is the vacation time!
     สำหรับใครที่เตรียมตัวหาเวลาที่จะออกไปท่องเที่ยวและพักผ่อนที่ต่างประเทศเพื่อเติมแบตเตอรี่ให้กับชีวิตแล้วยังไม่แน่ใจว่าจะเดินทางเพื่อไปท่องเที่ยวที่ไหน ประเทศใด และยังลังเลที่จะออกเดินทางไปเที่ยวนั้น  ทางผู้เขียนเองก็มีสถานที่แนะนำให้กับทุกคนเป็นประเทศที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากประเทศไทยของเราแถมยังเป็นประเทศที่มีแหล่งมรดกโลกมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เรียกได้ว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียวอยู่ใกล้ประเทศไทยเดินทางด้วยระยะเวลาอันรวดเร็ว ถูกและยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่พิเศษที่เหมาะแก่การไปเที่ยวเป็นอย่างมากและนั่นก็คือ ประเทศเวียดนามค่ะ Here we go!!
      และสถานที่สุดพิเศษที่เราจะมาแนะนำก็เป็นเหมือนเช่นเคย นั่นก็คือสถานที่ที่เป็นมรดกโลกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และในวันนี้สถานที่นั้นก็คือ ป้อมปราการราชวงศ์โฮ นั้นเอง
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ป้อมปราการหลวงทังล็อง
ที่มา aseannote.blogspot.com
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ที่มา http://northampmotorclassic.com

    หลายๆคนคงทราบดีว่าเวียดนามนั้นถือเป็นประเทศที่ตกเป็นเมืองขึ้นของจีนเป็นระยะเวลาที่ยาวนานถึง 1000 ปีจึงไม่แปลกใจนักที่ในเวียดนามจะมีพระราชวังหรือสถาปัตยกรรมที่คล้ายจีน ป้อมปราการาชวงศ์โฮ ก็เช่นกันเหตุผลที่สร้างขึ้นมาก็ไม่พ้นที่จะเกี่ยวข้องกับจีนเพราะป้อมปราการนี้สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์โฮ ในระหว่างปี พ..1940-1950 สร้างโดยจกรพรรดิโฮกุ๋ยหลี ในขณะที่ยังมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาจักรพรรดิราชวงศ์เจิ่น ในตอนนั้นเมืองหลวงของเวียดนามตั้งอยู่เมืองทังลอง ซึ่งบริเวณนี้เป็นบริเวณที่มีภูมิประเทศที่เป็นที่ราบเปิดกว้างประกอบกับที่ตอนนั้นยังมีศึกษาอยู่กับจีนเป็นระยะ จักรพรรดิโฮกุ๋ยหลีจึงมีดำริให้สร้างเมืองแห่งใหม่ขึ้นมา


ภาพวาดจำลองป้อมปราการราชวงศ์โฮ โดยสภาพสมบูรณ์
ที่มา http://site.google.com/worldheritageinasean

วังหลวงแห่งใหม่ถูกสร้างขึ้นมาภายในระยะเวลา 3 เดือน เรียกว่าพระราชวังตะวันตก เพื่อให้แตกต่างจากพระราชวังทังลองจึงได้ชื่อใหม่ว่า พระราชวังตะวันออก ในระหว่างที่กำลังสร้างก็เกิดความวุ่นวายขึ้นภายในวังเมื่อโฮกุ๋ยหลีบังคับให้จักรพรรดิเจิ่นธ่วนโตนสละราชสมบัติให้แก่เจิ่นเธี๊ยวเต รัชทายาทและภรรยาหลานของตนจากนั้นก็ชิงอำนาจสถาปนาราชวงศ์ขึ้นใหม่และทิ้งทังลองให้เป็นอดีตราชธานีเมื่อโฮกุ๋ยหลีขึ้นครองอำนาจได้ปีเดียวก็แต่งตั้งโอรสรองของตนให้เป็นจักพรรดิองค์ที่สองแต่ทว่าราชวงศ์โฮมีการครองบัลลังก์ได้เพียง 7 ปีเท่านั้นก็มีการโจมตีจากจักรพรรดิของจีนทำให้เวียดนามต้องตกไปอยู่ภายใต้จีนอีกครั้งหนึ่ง

ที่มา http://site.google.com//worldheritageinasean
     แน่นอนว่าเวียดนามเลยตกอยู่ภายใต้จีนและมีความใกล้ชิดกับประเทศจีนรูปแบบในการสร้างป้อมปราการของเวียดนามจึงมีความคล้ายคลึงกับป้อมปราการของจีนสมัยศตวรรษที่ 7 ซึ่งพระราชวังทังลองสร้างบนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดง ในช่วงที่เวียดนามปกครองด้วยกษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการปกครองของประเทศ
  ความยิ่งใหญ่ของสถานที่นี้นั้นก็ได้รับเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเพราะพระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างด้วยหินทั้งหมดและยังเป็นพระราชวังหินแห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยังหลงเหลืออยู่
  สิ่งก่อสร้างทั้งหลายที่ถูกสร้างขึ้นล้วนถูกทำลายลงด้วยฝีมือของการทำสงครามของมนุษย์เหลือเพียงกำแพงทั้ง 4 ด้านและสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างด้วยเทคโนโลยีสมัยก่อนที่ไม่น่าเชื่อว่าจะสร้างความสวยงามขนาดนี้ขึ้นมาได้ที่และหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบันที่จะมีคุณค่าต่อประเทศเวียดนามและโลกใบนี้ตราบนานเท่านาน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ป้อมปราการหลวงทังล็อง
ที่มา http://www.thaifly.com
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ที่มา vitenamturism.com

เห็นไหมล่ะ ว่าประเทศเวียดนามที่อยู่ห่างจากประเทศไทยที่แค่นั่งเครื่องบินไปไม่กี่ชั่วโมงจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ทางผู้เขียนเองก็ขอฝากป้อมปราการทังลองไว้ให้ทุกคนไว้พิจารณาในการไปท่องเที่ยวพักผ่อนกันด้วยนะ ^^
Sea studies in your area
อ้างอิง
มรดกโลกอาเซียนเวียดนาม.(..).สืบค้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2561.http;//sie.google.worldheritageinasean.com
ข้อมูลท่องเที่ยวเวียดนามพระราชวังทังลอง.(2557).สืบค้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2561.www.thaifly.com
มรดกโลกเวียดนาม 4 ป้อมปราการจักรพรรดิทันลอง-ฮานอย.(..).สืบค้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2561.aseannote.blogspot.com
ป้อมปราการหลวงทันล็องเวียดนาม.(2557).สืบค้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2561.www.thaigoodview.com



วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561

หมีเซิน รอยอดีตความรุ่งเรือง

       ถ้าหากกล่าวถึงมรดกโลกในภูมิภาคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีความโดดเด่นและน่าสนใจไม่แพ้ นครวัด ที่ประเทศกัมพูชาเลยนั้นทางผู้เขียนก็ขอส่งปราสาทหมีเซิน ประเทศเวียดนามเข้ามาประชันความสวยงามแข่งกับ นครวัด บอกได้เลยว่าทั้งสองปราสาทนี้สวยงามกินกันไม่ลงกันเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นรูปแบบศิลปะก็ดีหรือประวัติศาสตร์ความเจริญรุ่งเรืองก็ดีที่ทำให้ทั้งสองปราสาทนี้ถือเป็นจุดหมายปลายทางที่ควรจะไปให้ได้สักครั้งหนึ่งในส่วนของปราสาทหมีเซินนั้นหลายคนอาจจะไม่ทราบว่าประเทศเวียดนามนั้นมีกลุ่มปราสาทหินที่สร้างขึ้นจากการได้รับอิทธิพลจากศาสนาอย่างฮินดูด้วยหลายคนอาจจะติดภาพของเวียดนามจากการได้รับอิทธิพลจากจีนแล้วมีการนับถือศาสนา ลัทธิต่างๆเช่น พุทธศาสนาหรือลัทธิอย่างขงจื้อจึงไม่ทราบว่าดินแดนเวียดนามเองเคยมีสถาปัตยกรรมแบบฮินดูมาก่อนด้วย!
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ที่มา http://www.thaifly.c0m
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปราสาทหมีเซิน
ที่มา http://www.thaifly.com
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปราสาทหมีเซิน
ที่มา http://www.thaifly.com

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมีเซิน (My Son Sanctuary) หรือที่รู้จักกันดีในอีกสมญาหนึ่งว่า “หุบเขาศักดิ์สิทธิ์หมีเซิน” โบราณสถานที่ตั้งอยู่บริเวณหุบเขาสูง ล้อมรอบด้วยภูเขาในเขตจังหวัดกว๋างนาม (Quang Nam) จังหวัดทางภาคกลางของประเทศเวียดนาม อยู่ระหว่างเมืองฮานอยและดานัง โดยอยู่ห่างจากเมืองฮานอยประมาณ 40 กิโลเมตร ส่วนเมืองดานังประมาณ 70 กิโลเมตร มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 2 ตารางกิโลเมตร โดยคำว่า หมีเซิน (My Son) มีความหมายว่า ภูเขาอันสวยงาม

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปราสาทหมีเซิน
ที่มา travel.catdumb.com

ปราสาทหมีเซินมีรูปแบบการสร้างแบบฮินดูในอดีตนั้นเป็นเทวสถานอันศักดิ์สิทธิ์ของอาณาจักรจามปาถือเป็นโบราณสถานแบบฮินดูที่สมบูรณ์ที่สุดในแถบอินโดจีนถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าภัทรวรมันที่ 1 ในศตวรรษที่ 4 เพื่อใช้ในการทำพิธีกรรมทางศาสนารวมถึงเป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์ของอาณาจักรจามปา
     ตัวปราสาทหมีเซินเองนั้นเป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างโดยใช้อิฐโบราณและมีการแกะสลักนิทานพื้นบ้านของศาสนาฮินดูบนป้ายหินทรายและรูปสลักบนกำแพงอิฐแต่ปราสาทหมีเซินเองก็ได้รับอิทธิพลศิลปะจากอาณาจักรอื่นไม่ว่าจะเป็นขอม ชวา และอินเดียดูได้จากการสร้างอาคารใช้ซุ้มประดับและใช้เสาประดับผนังแต่ก็นำมาประยุกต์ให้มีรูปแบบเฉพาะตนในปราสาทหมีเซินยังสามารถ  พบศิวะลึงค์ หน้าบันรูปพระศิวะ แท่นบูชาตามความเชื่อศาสนาและหินแกะเป็นเทพต่างๆ
    ปราสาทหมีเซินได้รับการรับรองเป็นมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 23 พ.ศ.2542 จากหลักเกณฑ์ที่ว่า ปราสาทแห่งนี้เป็นเสมือนหลักฐานทางวัฒนธรรมและอารยธรรมที่ได้สูญหายไปแล้ว
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ที่มา http://www.getyourguide.com
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปราสาทหมีเซิน
ที่มา www.wikiwand.com


     โบราณสถานหมีเซินถือเป็นโบราณสถานที่สะท้อนถึงความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรจามปาได้เป็นอย่างดีเพราะถึงแม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าไรก็ไม่สามารถทำให้ตัวปราสาทแห่งนี้ลดความสวยงามและยิ่งใหญ่ลงได้แม้แต่น้อยซ้ำยังทำให้ตัวปราสาทหมีเซินได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องจากผู้ที่หลงรักในอารยธรรมโบราณและอยากจะรักษาความสวยงามและความมหัศจรรย์นี้ให้อยู่คู่ประเทศเวียดนามและให้ผู้ได้เดินทางเดินทางมาสัมผัสกับสถาปัตยกรรมฮินดูที่สมบูรณ์แบบที่สุดในอินโดจีน
   ปราสาทหมีเซิน เวียดนาม
Sea studies in your area.
อ้างอิง
 หมีเซินเมืองมรดกโลก.(2560).สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2561.www.aec10news.com.
 มรดกโลกในเวียดนาม 3:สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมีเซิน.(2555).สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2561.aseannotes.blogspot.com.
 หมีเซิน.(2561).สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2561.www.wikipedia.org
 โบราณสถานหมี่เซิน My son ฮอยอัน เวียดนาม.(2559).สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2561.http://manow.com
  


วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2561

นครวัดสิ่งมหัศจรรย์โลกจารึก


                        สวัสดีค่าสวัสดีทุกๆคนที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมบล็อกนี้อีกครั้งนะคะหลังจากห่างหายกันไปนานจากการแนะนำบล็อกในครั้งก่อนนู้นกลับมาคราวนี้ผู้เขียนจะมาแชร์ความรู้และเรื่องราวความมหัศจรรย์ของหนึ่งในประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เป็นเพื่อนบ้านที่ติดอยู่กับประเทศของเราใกล้ๆ นี้เองประเทศนั้นก็คือ ประเทศกัมพูชา ดินแดนแห่งปราสาทขอมอันศักดิ์สิทธิ์ ประเทศกัมพูชาในอย่างที่เราทราบนั้นถือเป็นประเทศที่มีสถาปัตยกรรมปราสาทอยู่มากมายหลายปราสาทแต่ปราสาทที่เป็นไฮไลท์และควรที่จะไปให้ได้เลยก็คือ นครวัด (Angkor Wat) เมื่อเอ่ยถึงชื่อนครวัดนั้นคงไม่มีใครไม่รู้จักและไม่คุ้นหูเพราะนอกจากจะเป็นปราสาทที่คนกัมพูชาให้ความเคารพและนับถือถึงกับให้มีรูปปราสาทนครวัดเป็นสัญลักษณ์อยู่บนธงชาติกัมพูชาแล้วนั้นปราสาทนครวัดนี้ยังถูกองค์กรยูเนสโกจัดให้เป็นเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกและต้องมาชมความงดงามของปราสาทให้ได้สักครั้งก่อนตายให้ได้!และทางผู้เขียนเองได้มีโอกาสเดินทางไปเยือนประเทศกัมพูชาและนครวัดมาแล้วจึงอยากจะเขียนเรื่องราวและแชร์สิ่งที่ได้รับรู้เมื่อเดินทางไปยังปราสาทนครวัดแห่งให้กับผู้ที่มีความสนใจในนครวัดได้รู้ก่อนจะเดินทางไปเที่ยวชมความสวยงามของจักรวรรดิขอมที่ถูกสรรค์สร้างด้วยฝีมือของมนุษย์เมื่อ 1000 ปีก่อนที่ทิ้งเป็นมรดกให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึงความสวยงามของสถาปัตยกรรมนี้ว่าถูกสร้างมาเพื่อสิ่งใดและรูปแบบการสร้างเป็นแบบใด มาเริ่มกันเลย…Let’s go!
ภาพโดย อาจารย์เวียงคำ ชวนอุดม
ภาพโดย ประดับเพชร นาคทอง
             
ภาพโดย อาจารย์เวียงคำ ชวนอุดม
ปราสาทนครวัด (Angkor Wat) ถูกสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 12 ตั้งอยู่ที่จังหวัดเสียมเรียบ ประเทศประเทศกัมพูชา เป็นเทวสถานที่ใหญ่ที่สุดและสวยที่สุดในกัมพูชาและในโลกถูกสร้างด้วยพลังศรัทธาในศาสนาฮินดูโดยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 พระองค์ทรงโปรดให้สร้างขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่และงดงามที่สุด แต่อีกจุดประสงค์ที่สำคัญคือเป็นสุสานหลวงเก็บพระศพ โดยแนวคิดนี้ถูกอ้างอิงโดยนักวิชาการว่าเพราะการวางทิศประธานของปราสาทนครวัดแตกต่างจากปราสาทตัวอื่นตรงที่หันไปทางทิศตะวันตกแทนที่จะหันไปทางทิศตะวันออกทำให้นักวิชาการสรุปได้ว่า พระเจ้าสุริยวรมันประสงค์ให้สร้างเพื่อเป็นสถานที่เก็บศพของพระองค์ นอกจากการวางทิศของประธานที่แตกต่างแล้วมีสิ่งอื่นที่มาสนับสนุนแนวคิดนี้ก็คือ ภาพสลักนูนต่ำที่เรียงลำดับเรื่องราวในทิศทางทวนเข็มนาฬิกาซึ่งต่างจากเทวสถานทั่วไปของศาสนาฮินดูอีกทั้งพิธีกรรมต่างๆของพราหมณ์ในพิธีพระบรมศพยังจัดขึ้นแบบย้อนหลังอีกด้วย
     
ภาพโดย อาจารย์เวียงคำ ชวนอุดม
รูปแบบการสร้างนครวัดนั้นเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมเขมรคลาสสิคที่สำคัญที่สุดซึ่งเรียกรูปแบบความคลาสสิคที่ว่านี้คือ "ศิลปะนครวัด" ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12 นั้นสถาปนิกเขมรมีทักษะและความสามารถในการใช้หินทรายมาเป็นวัสดุโครงสร้างหลักของอาคารจากเดิมที่ใช้อิฐและศิลาแลงมาใช้ในการก่อสร้างและในส่วนของปราสาทที่มองเห็นได้นั้นมาจากหินทรายที่มีการตัดเป็นบล็อกในขณะที่กำแพงภายนอกและภายในทำจากหินศิลาแลงแต่ใช้บล็อกหินทรายปิดไว้ภายนอกแต่ยังไม่มีการชี้ชัดว่าสิ่งที่ทำให้หินแต่ละก้อนเชื่อมกันนั้นคืออะไรแม้จะมีการเสนอว่าเป็นยางไม้และน้ำปูนใสมาโดยตลอดก็ตาม
ภาพโดย ประดับเพชร นาคทอง

ถาพโดย ประดับเพชร นาคทอง
ภาพโดย ประดับเพชร นาคทอง
ภาพโดย ประดับเพชร นาคทอง
ภาพโดย ประดับเพชร นาคทอง
ภาพโดย ประดับเพชร นาคทอง
ภาพโดย ประดับเพชร นาคทอง
ภาพโดย ประดับเพชร นาคทอง

สำหรับรายละเอียดความรู้และรูปภาพสวยๆที่นำมาฝากทุกคนเกี่ยวกับตัวปราสาทนครวัดที่ทางผู้เขียนได้เสนอไปนั้นก็เป็นข้อมูลดีๆที่ควรรู้ก่อนเดินทางไปเยี่ยมชมนครวัด  แต่สำหรับสิ่งที่ควรรู้นอกเหนือจากประวัตินครวัดวัดแล้วนั้นสิ่งหนึ่งที่ทุกคนควรรู้คือควรแต่งกายให้ถูกระเบียบและเตรียมอุปกรณ์กันแดดต่างๆเพราะอากาศค่อนข้างร้อนและสุดท้ายที่สำคัญมากๆไม่ว่าเราจะไปที่สำคัญของประเทศไหนในโลกก็ควรให้เกียรติสถานที่นั้นๆทำตามกฎระเบียบของคนในพื้นทิ้งท้ายก่อนจากกันในบล็อกนี้ นครวัดยังมีความลึกลับอะไรอีกมากมายที่ยังรอให้ทุกคนไปสัมผัสหาช่วงเวลาดีๆและออกไปเปิดโลกกว้างหาประสบการณ์ในชีวิตที่ยอดเยี่ยมครั้งหนึ่งกับ นครวัดค่ะ^^

อ้างอิง
 Coedès, George (1968). Walter F. Vella, ed. The Indianized States of Southeast Asia. trans.Susan Brown Cowing. University of Hawaii Press. p. 162. ISBN 978-0-8248-0368-1.
 นครวัดแหล่งท่องเที่ยวอาเซียน1ใน7สิ่งมหัศจรรย์ของโลก.(2559).สืบค้นเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2561.www.gothaialndgoasean.tourismthaialnd.org
  นครวัด.(2561).สืบค้นเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2561.http://thwikipedia.org
  


                     

วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2561

About my blog

สวัสดีค่ะทุกคนที่ได้เข้ามาเยือนใน blog นี้ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะคะ  ดิฉัน ประดับเพชร นาคทอง นักศึกษาชั้นปีที่2 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในส่วนของการเขียนเนื้อหาใน blog นี้นั้นจะเป็นการพูดถึงประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในด้านแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์และอารยธรรมโบราณที่เป็นมรดกที่คนทั้งโลกต้องจารึก


นครวัด ประเทศกัมพูชา



โปรดติดตามชมตอนต่อไป Seas Study in Your Area!